Lemon8ชุมชนไลฟ์สไตล์

Send To

Line
Facebook
WhatsApp
Twitter
คัดลอกลิงก์

รับประสบการณ์ใช้งานแอปเต็มรูปแบบ

ค้นพบโพสต์ แฮชแท็ก และฟีเจอร์เพิ่มเติมได้ในแอป

เปิด Lemon8
เปิด Lemon8
เปิด Lemon8
ไม่ใช่ตอนนี้
ไม่ใช่ตอนนี้
ไม่ใช่ตอนนี้
  • หมวดหมู่
    • สำหรับคุณ
    • บิวตี้
    • สกินแคร์
    • แฟชั่น
    • อาหาร
    • การท่องเที่ยว
    • สุขภาพ
    • การตกเเต่งบ้าน
    • ถ่ายรูป
    • การพัฒนาตน
    • สัตว์เลี้ยง
  • เวอร์ชันของแอป
  • วิธีใช้
  • ไทย
    • ไทย
    • 日本
    • Indonesia
    • Việt Nam
    • Malaysia
    • Singapore
    • US
    • Australia
    • Canada
    • New Zealand
    • UK
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขการใช้บริการCookies Policy
ภาพรวม AI
มาจากโพสต์ของ Lemon8

สูตร Cold Brew ง่ายๆ ดื่มได้ทุกวัน

1. Cold Brew คืออะไร?

Cold Brew หรือกาแฟสกัดเย็น เป็นวิธีการชงกาแฟที่ใช้น้ำเย็นแทนน้ำร้อนในการสกัดรสชาติจากผงกาแฟ ด้วยการแช่ผงกาแฟในน้ำเย็นเป็นเวลานานตั้งแต่ 8 ถึง 24 ชั่วโมง ทำให้กาแฟที่ได้มีรสชาตินุ่มนวล ไม่ขมและไม่เปรี้ยวจัดเหมือนกาแฟที่ชงด้วยความร้อน อีกทั้งยังมีคาเฟอีนที่เหมาะสมสำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟแบบสดชื่นในทุกช่วงเวลาของวัน ☕️

2. อุปกรณ์และวัตถุดิบที่ต้องเตรียม

การทำ Cold Brew ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน เพียงแค่มีของง่ายๆ ดังนี้:

  • ขวดหรือโหลแก้วสำหรับแช่กาแฟ (ขนาดประมาณ 500-1000 มิลลิลิตร)
  • ผงกาแฟบดหยาบ (ขนาดประมาณเท่ากับน้ำตาลทรายหยาบ)
  • น้ำเย็นสะอาด (น้ำกรองหรือน้ำแร่ก็ได้)
  • ที่กรองกาแฟหรือผ้าขาวบางสำหรับกรองกากกาแฟ

การเลือกผงกาแฟบดหยาบช่วยให้สกัดรสชาติได้ดีและง่ายต่อการกรองหลังจากแช่เย็นเสร็จ

3. วิธีทำ Cold Brew แบบง่ายๆ ที่บ้าน

ขั้นตอนการทำ Cold Brew สามารถทำตามนี้ได้เลย:

  • ตวงผงกาแฟบดหยาบประมาณ 50-80 กรัม ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและความเข้มข้นที่ต้องการ
  • เทผงกาแฟลงในขวดหรือโหลแก้วที่เตรียมไว้
  • เติมน้ำเย็นลงไปในอัตราส่วนประมาณ 1:10 ถึง 1:15 เช่น 50 กรัมกาแฟต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร หรือ 60 กรัมต่อน้ำ 900 มิลลิลิตร
  • คนให้กาแฟผสมกับน้ำอย่างทั่วถึง ปิดฝาให้สนิท
  • นำไปแช่ในตู้เย็นเป็นเวลา 8-12 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
  • หลังครบเวลานำกาแฟออกมากรองกากกาแฟออกด้วยที่กรองหรือผ้าขาวบาง
  • บรรจุใส่ขวดเก็บในตู้เย็น พร้อมดื่มได้ทันที

เทคนิคเล็กน้อยคือ หากชอบรสกาแฟเข้มข้นสามารถเพิ่มปริมาณกาแฟบด หรือแช่นานขึ้นได้ แต่ไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมงเพราะอาจทำให้รสชาติขมเกินไป

4. เคล็ดลับการเลือกเมล็ดกาแฟและการบด

เมล็ดกาแฟที่เลือกใช้มีผลต่อรสชาติของ Cold Brew มาก:

  • ควรเลือกเมล็ดกาแฟคั่วกลางถึงเข้ม เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและมีกลิ่นหอม
  • บดกาแฟให้หยาบกว่าการชงดริปเล็กน้อย เพื่อให้สกัดสารกาแฟได้ดีและง่ายต่อการกรอง
  • ถ้าไม่มีเครื่องบดกาแฟ สามารถสั่งร้านกาแฟบดให้ตามความหยาบที่ต้องการได้

การเลือกเมล็ดกาแฟดีและบดเหมาะสมจะช่วยให้ Cold Brew มีรสชาตินุ่มละมุนและหอมยาวนาน

5. การเก็บรักษาและการดื่ม Cold Brew

หลังจากกรองกาแฟแล้ว สามารถเก็บ Cold Brew ไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 5-7 วันโดยไม่เสียรสชาติ

เวลาจะดื่ม Cold Brew สามารถปรับรสชาติได้ตามชอบ เช่น:

  • เติมน้ำเย็นหรือน้ำแข็งเพื่อเจือจางความเข้มข้น
  • เติมนมหรือนมถั่วเหลือง เพื่อเพิ่มความนุ่มละมุน
  • เติมไซรัปหรือส่วนผสมอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ หรือโซดา เพื่อรสชาติแปลกใหม่

Cold Brew เหมาะกับคนที่ต้องการดื่มกาแฟเย็นสดชื่นโดยไม่ต้องเสียเวลาชงทุกวัน และยังประหยัดกว่าไปซื้อกาแฟนอกบ้านด้วย

6. Cold Brew กับ Cold Drip แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า Cold Brew กับ Cold Drip ต่างกันอย่างไร? ทั้งสองวิธีนี้เป็นกาแฟสกัดเย็นเหมือนกัน แต่รายละเอียดแตกต่างกันดังนี้:

  • Cold Brew: ใช้การแช่ผงกาแฟในน้ำเย็นเป็นเวลานาน 8-24 ชั่วโมง เพื่อสกัดรสชาติออกมาแบบนุ่มนวลและเข้มข้น
  • Cold Drip: ใช้น้ำเย็นหยดผ่านผงกาแฟอย่างช้าๆ ทำให้ได้กาแฟที่รสชาติสดใส เบา และดื่มง่ายกว่า

ทั้งสองแบบเก็บรักษาในตู้เย็นได้นาน 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับความชอบและสไตล์การดื่มของแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหน

7. ประโยชน์และข้อดีของ Cold Brew

นอกจากรสชาติที่นุ่มนวล Cold Brew ยังมีข้อดีหลายอย่างที่ควรรู้:

  • มีกรดคลอโรจีนิกสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคหัวใจ
  • ไม่ผ่านความร้อน จึงไม่ทำให้กรดในกาแฟละลายออกมามาก ลดโอกาสเกิดอาการท้องเสียหรือระคายเคืองกระเพาะ
  • คาเฟอีนใน Cold Brew ปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ทำให้รู้สึกตื่นตัวแต่ไม่กระตุ้นเกินไป
  • เหมาะกับผู้ที่แพ้กรดในกาแฟร้อน หรือมีปัญหากระเพาะอาหาร

ดังนั้น Cold Brew ไม่เพียงแค่ดื่มง่าย แต่ยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย 🍃

8. การทำ Cold Brew Tea และน้ำผลไม้สกัดเย็น

นอกจากกาแฟแล้ว วิธีการสกัดเย็นนี้ยังสามารถประยุกต์ทำกับชาหรือ Infused Water ได้ด้วย:

  • นำถุงชาหรือใบชาใส่ในน้ำเย็น แช่ในตู้เย็นประมาณ 8-12 ชั่วโมง จะได้ชาสกัดเย็นที่หอมและนุ่มนวล
  • สามารถใส่ผลไม้สด เช่น สับปะรด ส้ม หรือทับทิมลงในน้ำเพื่อทำเป็นน้ำผลไม้กลิ่นหอมสดชื่น

เมนูเหล่านี้เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและต้องการเครื่องดื่มสดชื่นแบบไม่หวานจัด

9. แนะนำสำหรับสายทำขายและสายขี้เกียจ

Cold Brew เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาชงกาแฟทุกวัน หรือสำหรับคนที่อยากทำขายเป็นธุรกิจขนาดเล็ก เพราะ:

  • ทำครั้งเดียวแต่ได้กาแฟหลายแก้ว สามารถบรรจุขวดขายได้สะดวก
  • ใช้วัตถุดิบไม่เยอะและไม่ซับซ้อน
  • เก็บในตู้เย็นได้นาน ทำให้ไม่ต้องชงบ่อย

สำหรับสายขี้เกียจที่อยากดื่มกาแฟเย็นสดชื่นโดยไม่ต้องนั่งดริปหรือรอชงนาน Cold Brew คือคำตอบที่ดีที่สุดเลยค่ะ ☺️

10. เคล็ดลับทำ Cold Brew ให้หอมและอร่อย

เพื่อให้ได้ Cold Brew ที่หอมและรสชาติดี แนะนำให้:

  • ใช้เมล็ดกาแฟสดใหม่ และบดก่อนทำทุกครั้ง
  • แช่น้ำที่อุณหภูมิห้องก่อน แล้วค่อยนำไปแช่เย็น จะช่วยให้รสชาติเข้าเนื้อกว่า
  • หลังจากแช่ครบเวลา ควรกรองกากกาแฟออกทันทีเพื่อป้องกันรสชาติขมเกินไป
  • ลองปรับอัตราส่วนกาแฟต่อน้ำตามความชอบ เพื่อให้ได้ความเข้มที่เหมาะสม

ด้วยเทคนิคเหล่านี้ จะช่วยให้ Cold Brew ที่ทำเองมีคุณภาพและรสชาติดีไม่แพ้กาแฟร้านดังเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม
รูปภาพของ ☕️ สั่ง Starbucks ยังไงให้ไม่อ้วน?
☕️ สั่ง Starbucks ยังไงให้ไม่อ้วน?
MeawMoew
253

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ชงกาแฟด้วยงบประหยัด ตกแล้วละ 16 บาท !! 👍🏻☕️
Butter
79
Cold Brew 25 Year
Kanyapat Muangkao
2
Cold Brew Coffee สะดวก ชงง่าย พร้อมดื่มทุกที่ ☕️
Viewwn
1
ไม่ได้อ่อยแต่อร่อยนะขอบอก"เบียร์ช้าง"
หนูนาค่ะ
3
Mocha Cold Brew Iced Latte
macnutscoffee
3
ประหยัดค่ากาแฟ☕️ ฉบับวัยทำงาน
Boataro
103
รวม Cold brew coffee ที่จริงใจ
รีวิวตามมีตามเกิด
7
🍵🫶🏻Coldbrew milk tea 🥛🌞
Viteekonjaphom
93
COLD BREW ผสมยังไงให้ไม่น่าเบื่อ ☕️
Officeman Files
2
กาแฟละมุนขนาดทดลอง 4 รสชาติ
AJJI
102
คาเฟ่เปิดใหม่ย่านหัวลำโพง ชั้น2 สวยเว่อร์มาก!!
Ppair
128